Promotion

คอร์ป กุมขมับ เมื่อหงษ์หลังหัก

Credit: Reuters

การขาดหายไปของเซ็นเตอร์ฮาร์ฟตัวเก่งของลิเวอร์พูล เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ อาการบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าหัวเข่าขาด (ACL) จากการปะทะกลับ จอร์แดน ฟิคฟอร์ดใน 11 นาที จากเกมที่หงส์แดง ที่ลิเวอร์พูล เสมอกับเอฟเวอร์ตัน 2-2 เกมเมอร์ซีไซด์ ดาร์บี้ ที่ลิเวอร์พูล ที่ทราบกันทั่วไปในวงการฟุตบอลว่า อาการบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าหัวเข่า ยากต่อการกลับมาลงสนามเล่นแบบรวดเร็วได้แน่ๆ ระยะเวลาในการพักฟื้นที่ทางทีมแพทย์ ได้คาดการ การกลับลงสนามของ ฟาร์น ไดค์ น่าจะมี 6-9 เดือน เรียกว่ากว่าจะได้กลับมาลงเล่น น่าจะมีปลายๆซีซั่น เลยทีเดียว

เรื่องการฟื้นตัวของนักฟุตบอล พูดได้เลยว่าไม่เท่ากันอย่างแน่นอน เพราะไฮไลท์สำคัญ อยู่ที่สภาพร่างกายของนักเตะนั่นเอง นอกจากอาการ(ACL) ที่ทางทีมแพทย์เครียดกันอย่างหนักแล้ว ยังมีเอ็นหลังหัวเข่า ที่ส่วนใหญ่มักมีอาการต่อเนื่องกันมา และยังคงต้องรอเช็คอีกว่าจะมีอาการเจ็บอะไรแซกซ้อนหรือไม่ แต่อย่างน้อยไม่น่าจะต่ำกว่าครึ่งปีอย่างแน่นอน

ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา การที่ลิเวอร์พูลประสบความสำเร็จในการคว้าแชมป์พรีเมียลีค หรือในการคว้าแชมป์ถ้วยใหญ่ ยูฟ่าแชมป์เปียนลีค ปฎิเสธกันไม่ได้เลยว่า ฟันเฟืองตัวหลักที่ทำให้ลิเวอร์พูลประสบความสำเร็จก็คือ ฟาร์น ไดค์

จากสถิติของ พรีเมียลีค มีการเปรียบเทียบให้เห็นภาพ ระหว่างทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เสียเซ็นเตอร์ฮาร์ฟตัวเก่งอย่าง แอมริก ลาปอร์ต สถิติชี้ให้เห็นว่า ตอนแมนซิตี้ มีลาปอร์ต ลงมาบัญชาเกมรับ แมนซิตี้ ได้แต้มเฉลี่ย 2.42 แต้ม โอ้โห…เกือบชนะทุกนัดก็ว่าได้ ส่วนสถิติจากการลงสนามของลิเวอร์พูล 96 นัด ก่อนที่ ฟาน ไดค์ จะมาอยู่กับลิเวอร์พูล และลิเวอร์พูลเสียประตูเฉลี่ยอยู่ที่ 1.25 ประตู แต่เมื่อ ฟานไดค์ ย้ายมาอยู่กับลิเวอร์พูล 96 นัดเท่ากัน ลิเวอร์พูลเสียประตูเฉลี่ยอยู่ที่ 0.81 เรียกว่าแค่สถิติก็ชี้ชัดแล้วว่า การมาของ ฟาร์น ไดค์ ยกระดับแผงกองหลังของลิเวอร์พูล มาอยู่ในระดับเวิลด์คลาส อย่างไม่น่าเชื่อ แล้วอีกอย่างนึงที่เราไม่รู้กันมาก่อนเลยว่า ฟาน ไดค์ มีร่างกายอยู่ในระดับคนเหล็กเลยทีเดียว เรียกว่าถ้าไม่นับจังหวะที่ ปะทะกับ จอร์แดน พิคฟอร์ด ซึ่งเราก็ต้องยอมรับว่ามันเป็นจังหวะที่หนักจริงๆ เขาแทบไม่มี่จังหวะที่ได้รับบาดเจ็บเลย อาการบาดเจ็บที่หัวเข่า แม้ได้รับการรักษามาอย่างดีแล้ว ก็คงต้องใช้เวลาอีกพอสมควรในการฟิตร่างกาย ให้อยู่ในระดับแข่งขัน รวมถึงฟอร์มการเล่นที่กลับมาลงสนามแรกๆ ก็ยังไม่เปรี้ยงปร้างเหมือนกับตอนยังไม่เจ็บ ต้องใช้เวลาเรียกฟอร์เก่งกันสักพักเลยทีเดียว

คำถามสำคัญ แล้วใครล่ะที่จะมาแทน ฟาน ไดค์ ในช่วงที่ยังไม่หายดี งานนี้คอร์ป ถึงกับกุมขมับเลยทีเดียว และช้อยเดียวที่ใกล้เคียงที่สุด ก็คือการดึงมิดฟิลดฺตัวรับ

สมัครแทงบอล ผ่านไลน์

สมัครแทงบอล สมัครคาสิโน

Check Also

ManUtdvLiverpool

แมนฯ ยู ลิเวอร์พูล จุดเริ่มของความเกลียดชัง ตอน 3 (จบ)

ลิเวอร์พูลเอง จากที่เคยโดนตัดแข้งตัดขา เคยยิ่งใหญ่จากการเป็นท่าเรือส่งออก ก็เริ่มไม่มีสินค้าให้ส่งแล้ว เศรษฐกิจก็ตกต่ำ คนตกงาน กลายเป็นเมืองที่แทบไม่เหลืออะไร แตกต่างกับเมือง แมนเชสเตอร์ กันอย่างสิ้นเชิง มันคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้คนทั้งสองเมืองเกลียดชังกัน มองเป็นเรื่องของศักดิ์ศรี การต่อสู้ การแย่งชิงกันทางเศรษฐกิจ